Categories
Blog

สำรวจความคิดเห็นจากคนญี่ปุ่น 1,000 คนว่า “การทำงานที่บ้านดีจริงหรือไม่?”

BIGLOBE ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น ได้เผยผลการสำรวจคนญี่ปุ่น 1,000 คน ทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 20-60 ปี ที่ได้ทำงานที่บ้านอย่างน้อย 1 วัน ต่อสัปดาห์ นับตั้งแต่มีการประกาศอนุญาตให้สามารถทำงานที่บ้านได้ในช่วง 3 สัปดาห์ (ช่วงเดือนมีนาคม) ที่ผ่านมา โดยหัวข้อการสำรวจนั้นแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อ คือ “สิ่งที่คิดว่าดีในการทำงานที่บ้าน” และ “สิ่งที่คิดว่ายากและรู้สึกเครียดจากการทำงานที่บ้าน” โดยมีผลสรุปออกมาเป็นดังนี้

หัวข้อที่ 1 “สิ่งที่คิดว่าดีในการทำงานที่บ้าน” จากคำตอบของชาวญี่ปุ่น 1,000 คน

63.8% ตอบว่า ป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสได้
63.7% ตอบว่า สามารถใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องเครียดกับการเดินทางไปทำงาน
29.4% ตอบว่า ทำงานที่บ้านมีสมาธิมากกว่าทำงานที่ออฟฟิศ
28.1% ตอบว่า ลดการประชุมที่ไม่จำเป็นและการพูดคุยที่ไม่เกิดประโยชน์ได้
22.8% ตอบว่า สามารถมีเวลาให้กับกายและจิตใจ
22.1% ตอบว่า มีเวลากับครอบครัวมากยิ่งขึ้น
17.1% ตอบว่า ทำให้สามารถวางแผนการทำงานได้ด้วยตนเอง
17.0% ตอบว่า รู้สึกสบายขึ้นกับการวางตัวในสถานที่ทำงาน
14.6% ตอบว่า ได้ทำงานบ้านมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน
11.8% ตอบว่า ลดงานเลี้ยงและการพบปะผู้คนที่เปล่าประโยชน์ได้
10.7% ตอบว่า ปริมาณงานที่หัวหน้ามอบหมายให้ลดลง
4.6% ตอบว่า ไม่มีอะไรพิเศษ
0.2% ตอบอื่นๆ

สำหรับหัวข้อแรก ผลสรุปจากคำตอบทั้งหมดคือ มีถึง 63.8% ที่รู้สึกว่าการทำงานที่บ้านทำให้พวกเขาลดความเสี่ยงจากการติดไวรัสได้ และ63.7% ที่ตามมาเป็นลำดับที่ 2 คือ สามารถใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องเครียดกับการเดินทางไปทำงาน

หัวข้อที่ 2 “สิ่งที่คิดว่ายากและรู้สึกเครียดจากการทำงานที่บ้าน” จากคำตอบของชาวญี่ปุ่น 1,000 คน

29.3% ตอบว่า ไม่มีห้อง โต๊ะ และเก้าอี้สำหรับการทำงาน
23.8% ตอบว่า ไม่สามารถนำข้อมูลส่วนตัว มาใช้นอกบริษัทได้
21.3% ตอบว่า ต้องจัดการพวกเอกสารเรียกเก็บเงินหรือบิลค่าใช้จ่ายทางออนไลน์
21.1% ตอบว่า ไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานให้ต่อเนื่อง
18.9% ตอบว่า เกิดความเครียดสะสมเนื่องจากออกจากบ้านไม่ได้
17.1% ตอบว่า ไม่สามารถปรึกษาหัวหน้าหรือลูกน้องได้ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
15.7% ตอบว่า ไม่สามารถทำกิจกรรมการขาย เช่น ไปพบลูกค้าได้
15.6% ตอบว่า ที่บ้านไม่พร้อมเรื่องอินเตอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อเพื่อการทำงาน
14.1% ตอบว่า ไม่สามารถเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทได้
12.6% ตอบว่า ไม่มีสมาธิเพราะเสียงคนที่บ้าน เป็นต้น
10.8% ตอบว่า ห้องถูกถ่ายติดไปด้วยเวลาประชุมออนไลน์
9.1% ตอบว่า ต้องดูแลลูกไปด้วย
8.0% ตอบว่า กังวลว่าลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานจะโดดงานหรือไม่
5.1% ตอบว่า ผลงานไม่ออก
3.0% ตอบว่า ไม่สามารถไปดื่มหรือสังสรรหลังเลิกงานได้
1.3% ตอบอื่น ๆ
17.0% ตอบว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ยังได้มีการสำรวจในส่วนของภาพรวมจากชาวญี่ปุ่น 1,000 คน ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับมาตรการที่ให้ทำงานที่บ้าน สรุปได้ว่า มีคนคิดว่ากับการทำงานที่บ้านช่วยได้มาก 42.5% โดยมีคนตอบถึง 661 คน ลำดับถัดมา 43.6% ตอบว่าช่วยได้นิดหน่อย ส่วน 9.5% ตอบว่า มีความลำบากนิดหน่อย และสุดท้าย 4.4% ตอบว่า ลำบาก

 

ตอนนี้ที่ไทยเราเอง สถานการณ์ก็ไม่ต่างจากที่ญี่ปุ่นเท่าไหร่ เนื่องจากหลาย ๆ บริษัทได้มีนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้านแล้ว หากใครมีความคิดเห็นอย่างไรกับการทำงานที่บ้าน ก็สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ

สล็อตเว็บตรง

Categories
Blog

ลูกแพร์ญี่ปุ่น กับวิธีการนำมาปรุงเป็นอาหารอร่อยง่ายๆ ทั้งแบบคาวหวาน

ลูกแพร์ญี่ปุ่น หรือ นะชิ (Nashi , 梨) เป็นผลไม้ที่หารับประทานได้ง่ายๆ ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน  ด้วยความหวานฉ่ำอร่อยและราคาไม่แพง คนญี่ปุ่นจึงมีความสุขกับการได้รับประทานผลไม้หวานกรอบและชุ่มฉ่ำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากการนำมารับประทานแบบสดแล้วมารู้วิธีการนำลูกแพร์ญี่ปุ่นมารับประทานแบบต่างๆ ทั้งแบบคาวและหวานที่สามารถทำรับประทานเองง่ายๆ ที่บ้านได้นะคะ

แยมจากลูกแพร์ญี่ปุ่น

แยมลูกแพร์ญี่ปุ่นจัดเป็นแยมที่มีรสชาติหวานอร่อยมีเนื้อสัมผัสของลูกแพร์ เหมาะสำหรับรับประทานกับขนมปังและโยเกิร์ต มาดูวิธีทำแยมลูกแพร์ญี่ปุ่นง่ายๆ ดังนี้คะ

วัตถุดิบ

ลูกแพร์ญี่ปุ่น 1 ผล (น้ำหนักประมาณ 300 กรัม ),  น้ำตาลทรายขาว 90 กรัม,  น้ำมะนาว 1 ผล

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกและเอาแกนกลางของลูกแพร์ญี่ปุ่นออก แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งนำมาขูด อีกส่วนหนึ่งนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

2. นำลูกแพร์ญี่ปุ่นทั้ง 2 ส่วนมาผสมกันและใส่ลงในหม้อ โรยน้ำตาลและเติมน้ำเลมอน ทิ้งไว้ให้น้ำตาลละลายจนหมด

3. นำหม้อไปตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวส่วนผสมลูกแพร์และน้ำตาลไปเรื่อยๆ คอยใช้ทัพพีตักเอาฟองออกอย่างสม่ำเสมอ

4. เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ไปเรื่อยจนส่วนผสมเริ่มจับตัวเหนียวแล้วจึงปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจึงนำบรรจุขวดที่ผ่านการฆ่าเชื้อโดยการต้ม เก็บไว้รับประทานกับขนมปังหรือรับประทานกับโยเกิร์ตได้ตามชอบ

ซอสราดเนื้อย่างจากลูกแพร์ญี่ปุ่น

 

วัตถุดิบ

ลูกแพร์ญี่ปุ่นปอกเปลือก 1 ผล, โชยุ 5 ช้อนโต๊ะ, สาเกปรุงอาหาร 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำส้มหมัก 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ขูดผลลูกแพร์ญี่ปุ่นด้วยอุปกรณ์สำหรับขูด นำใส่หม้อและตั้งไฟให้เดือดประมาณ 3-5 นาที (ควรจะตั้งไฟทันทีหลังจากขูดลูกแพร์ญี่ปุ่นเสร็จเพื่อไม่ให้เนื้อลูกแพร์ญี่ปุ่นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล โดยหลังจากตั้งไฟจนเดือดเนื้อลูกแพร์ญี่ปุ่นจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง)

2. เติมโชยุ น้ำตาลและสาเกปรุงอาหารลงไป ต้มด้วยไฟอ่อนๆ เป็นเวลาประมาณ 10 นาที

3. วางให้ส่วนผสมเย็นลงแล้วจึงเติมน้ำส้มและผสมให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำใส่ภาชนะปิดมิดชิดเก็บไว้ในตู้เย็นได้นานถึง 1 สัปดาห์

วิธีการนำมารับประทานเพียงแค่นำมาราดเนื้อสัตว์ย่างหรือนึ่ง ทั้งนี้อาจจะเติมขิง กระเทียมขูด พริกป่นและน้ำมันงาลงไป นำมาราดเนื้อสัตว์ย่าง สร้างความอร่อยแบบอาหารเกาหลี

สลัดลูกแพร์ญี่ปุ่น

 

วัตถุดิบ

ลูกแพร์ญี่ปุ่น 1/3  ผล, ขิงญี่ปุ่นหรือเมียวกะ 3 หน่อ, ผักสลัดตามชอบ

 

น้ำสลัด: น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำส้มสายชูหมัก ½ ช้อนโต๊ะ, เกลือและขิงขูด เล็กน้อย

วิธีทำ

1. ปอกเปลือกลูกแพร์ญี่ปุ่นและหั่นให้มีขนาดพอคำ

2. หั่นขิงญี่ปุ่นหรือเมียวกะและผักสลัด

นำผักและลูกแพร์ญี่ปุ่นหั่นมาผสมรวมกัน จากนั้นจึงเติมส่วนผสมของน้ำสลัด คนให้เข้ากัน สามารถรับประทานให้อร่อยทั้งแบบทันทีหรือแบบเย็น

นอกจากนี้ยังมีวิธีการนำลูกแพร์ญี่ปุ่นมาปรุงอาหารอีกมากมายทั้งนำมาหมักเนื้อสัตว์ให้นุ่ม ทำแกงกะหรี่ ขนมหวานมากมาย และทำสลัดต่างๆ เป็นต้น

 

หากไม่มีลูกแพร์ญี่ปุ่นก็สามารถใช้สาลี่จีนแทนได้ค่ะ รับรองว่ารสชาติถูกใจเป็นที่ชื่นชอบของสมาชิกในบ้านแน่ๆ ค่ะ

สล็อตเว็บตรง

Categories
Blog

วิชาจริยธรรมศึกษา วิชาที่เด็กญี่ปุ่นทุกคนต้องเรียนตั้งแต่เด็ก

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่นับถือศาสนาใดเป็นหลัก แต่คนญี่ปุ่นจัดได้ว่ามีระเบียบวินัย ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม และมีคุณภาพอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก หนึ่งในวิธีการปลูกฝังเยาวชนญี่ปุ่นให้มีคุณธรรมและคุณภาพคือ วิชาจริยธรรมศึกษา หรือ dotoku มาดูกันนะคะว่าวิชาจริยธรรมศึกษามีความสำคัญอย่างไร

วิชาจริยธรรมศึกษาและความสำคัญ

ในระบบโรงเรียนญี่ปุ่น เด็ก ๆ จะต้องเรียนวิชาหนึ่งตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 นั่นคือวิชาจริยธรรมศึกษา โดยเนื้อหาของวิชาเป็นเรื่องราวที่ให้เด็กได้อ่าน ได้ฟัง ได้คิดตามตัวละครหรือสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นถึงตัวละครอย่างอิสระโดยไม่มีคำตอบไหนที่ผิด

การได้แสดงความคิดเห็นตามตัวละครและสถานการณ์ทำให้เด็กสนุกและนำไปสู่ทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ตลอดจนการคิดในสิ่งที่ที่ถูกต้อง เช่น เมื่อรู้สึกว่าตัวละครเสียใจจากการที่ของรักหายไปก็จะสอนให้เด็กรู้ว่าไม่ควรเอาของเพื่อนมาเป็นของตัวเอง เมื่อเห็นตัวละครถูกรังแกเด็กก็มีความคิดที่จะช่วยและปกป้องเขา เมื่อเห็นผลเสียจากความโกรธเด็ก ๆ ก็จะเรียนรู้ว่าการให้อภัยคือสิ่งที่ดี เป็นต้น

นอกจากจะเรียนรู้ถึงคุณธรรมสำคัญแล้ว วิชาจริยธรรมยังสอนให้เด็กได้เห็นคุณค่าของตนเอง รู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองมีคุณค่าและได้พยายามเพื่อทำฝันให้สำเร็จ อีกทั้งยังสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของคนอื่น ในเด็กที่เรียนชั้นสูงขึ้นก็จะมีเรื่องราวที่สอนให้เด็กได้คิดเพื่อปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น เรียนรู้หลักคิดเพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดแก่ทั้งตนเองและผู้อื่น หลักการคิดและการตัดสินใจเพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง การรู้จักยับยั้งใจไม่ทำในสิ่งที่เป็นผลเสียต่อทั้งตนเองและคนอื่น การรู้จักอ่อนน้อม เอาใจเขามาใส่เรา เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการปฏิบัติตนเพื่อให้อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข เป็นต้น

หนังสือเรียนวิชาจริยธรรมศึกษา

รูปด้านล่างเป็นแบบเรียนวิชาจริยธรรมศึกษาของนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งออกแบบปกแฝงแนวคิดว่าเด็กก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการความใส่ใจเพื่อดูแลตกแต่งให้เป็นต้นไม้ใหญ่ที่งดงามและให้ความร่มรื่น

ข้อดีของการเรียนวิชาจริยธรรม

ด้วยวิธีการเรียนการสอนที่ไม่น่าเบื่อ ทำให้จริยธรรมพื้นฐานถูกปลูกฝังติดตัวเด็กญี่ปุ่นตั้งแต่เล็ก กอปรกับผู้ใหญ่ในสังคมนั้นมีทั้งจริยธรรมและระเบียบวินัยให้เห็นเป็นตัวอย่าง ทำให้เด็กน้อยโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมและคุณภาพดังที่คนไทยและต่างชาติไม่น้อยชื่นชม

 

สิ่งสำคัญที่ควรพัฒนาไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศคือประชากรที่มีหลักจริยธรรม ซึ่งญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจริยธรรมอย่างจริงจัง ผู้เขียนชอบวิธีการเรียนจริยธรรมแบบญี่ปุ่น เพราะไม่สักแต่ห้ามแบบไม่มีเหตุผล แต่มีแบบแผนการเรียนการสอนที่นำมาปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีเหตุผล มีความใส่ใจ และพัฒนาตนเองให้ดีตามความต้องการของสังคม ผู้เขียนคิดว่าการพัฒนาคนให้เก่งนั้นสามารถทำเมื่อเด็กโตแล้วได้ แต่การพัฒนาคนให้เก่งและมีจริยธรรมนั้นต้องทำกันตั้งแต่เล็ก ๆ เลยค่ะ

UFABET เว็บตรง

Categories
Blog

3 ดอกไม้ที่ได้ชื่อว่ามีกลิ่นหอมมากที่สุดในญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่นมีดอกไม้หอมมากมาย แต่มีดอกไม้เพียงสามชนิดที่ได้ชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมากที่สุดในญี่ปุ่น และช่วงเวลาการบานของดอกไม้เหล่านี้จะบ่งบอกถึงฤดูกาลที่ชัดเจน มารู้จักดอกไม้เหล่านี้กันนะคะ

ดอกจิงโชเกะ (Jinchōge;  沈丁花;  ジンチョウゲ) หรือดอกดาฟเน

จิงโชเกะหรือดาฟเน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Daphne odora เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กใบเขียวเข้มตลอดทั้งปี บานดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนมีนาคม ดอกมีกลีบหนาขนาดเล็ก 4 กลีบ มีทั้งสีขาวและสีขาวอมชมพูด้านในสีชมพูเข้มด้านนอก ดอกอยู่รวมกลุ่มกันเป็นช่อที่ปลายกิ่งแลดูน่ารัก

จิงโชเกะมีกลิ่นหอมมากโดยมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดกลิ่นหอมมากกว่า 120 ชนิด อย่างไรก็ตามการสกัดแยกเอาน้ำมันระเหยจากดอกไม้นั้นทำได้ยาก จึงทำให้ยากต่อการวิเคราะห์หาส่วนประกอบของกลิ่นทางวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันมีการสกัดกลิ่นไปเป็นส่วนประกอบของน้ำหอมด้วย

ความหมายของดอกจิงโชเกะคือ ความเป็นอมตะ ความเป็นนิรันดร์ และสิ่งตกแต่ง

ดอกพุดญี่ปุ่นหรือคุชินาชิ (Kuchinashi; クチナシ)

ดอกพุดญี่ปุ่นหรือคุชินาชิ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gardenia jasminoides เป็นไม้พุ่มใบสีเขียวตลอดทั้งปี ดอกมีลักษณะคล้ายดอกพุดเมืองไทยคือ มีสีขาวทั้งแบบมีกลีบดอกเพียง 6-7 กลีบและแบบที่มีกลีบดอกซ้อนกันคล้ายดอกกุหลาบ ดอกพุดญี่ปุ่นมีกลิ่นหอมมากและเป็นดอกไม้ที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงจากฤดูใบไม้ผลิเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะบานในช่วงเดือนมิถุนายนที่มีความชื้นและปริมาณน้ำฝนสูง ความชื้นจากน้ำฝนจะยิ่งทำให้ดอกพุดญี่ปุ่นมีกลิ่นหอมมากขึ้น

ด้วยมีกลิ่นหอมมากบริษัทน้ำหอมชั้นนำจึงนำกลิ่นหอมนี้มาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์น้ำหอม แต่ทั้งนี้การสกัดน้ำมันหอมจากดอกพุดญี่ปุ่นนั้นทำได้ยาก กลิ่นหอมที่ใช้ในน้ำหอมจึงเป็นกลิ่นที่ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี

ความหมายของดอกไม้คือ การมีความสุขที่เปี่ยมล้น การมีแต่ความรื่นเริง และความสง่างาม

ดอกหอมหมื่นลี้หรือคินโมะคุเซอิ (Kinmokusei; 金木犀; キンモクセイ)

ดอกหอมหมื่นลี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Osmanthus fragrans เป็นต้นไม้ที่มีดอกสีเหลืองหรือขาวขนาดเล็ก มี 4 กลีบ ปลายกลีบงุ้มเข้าหากันและออกดอกเป็นช่อเล็กๆ อยู่ที่ปลายกิ่งและซอกใบ ลักษณะเด่นของดอกคินโมะคุเซอิคือ มีกลิ่มหอมแรงคล้ายสบู่ซึ่งส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวันทั้งคืนและหอมไกลในระยะรัศมีหลายกิโลเมตร ดอกหอมหมื่นลี้จะบานในช่วงตั้งแต่เดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม กลิ่นหอมแรงเป็นเอกลักษณ์จากดอกหอมหมื่นลี้ทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่รู้สึกว่าฤดูใบไม้ร่วงได้เข้ามาเยือนแล้ว

 

ด้วยมีกลิ่นที่หอมมากและดอกมีขนาดเล็กจิ๋ว คนญี่ปุ่นจึงนิยมนำดอกหอมหมื่นลี้มารับประทานเป็นชา น้ำเชื่อม และแยม ใช้ทำบุหงารำไป และนำกลิ่นมาใช้เป็นส่วนผสมของโลชั่นและน้ำหอม เป็นต้น

ความหมายของดอกไม้คือ ความสุภาพเรียบร้อย ความรักที่แท้จริง ความอิ่มอกอิ่มใจและผู้สูงศักดิ์

ดอกไม้ทั้งสามชนิดนี้เป็นตัวแทนของดอกไม้ที่ให้กลิ่นหอมมากในฤดูต่างๆ ในญี่ปุ่นได้ดี โดยเฉพาะดอกหอมหมื่นลี้ที่มีกลิ่นหอมเย็นแรงและไกลมาก ซึ่งเป็นกลิ่นที่บ่งบอกการเข้าฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่นในขณะนี้ได้ดี

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
Blog

บันทึกภาพจากญี่ปุ่นด้วยสีเครยองของแฟนมังงะ

เสน่ห์มังงะหรือภาพวาดในหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นคือศิลปะแขนงหนึ่งที่สร้างศิลปินได้ไม่รู้จบ แองเจลา แพน นักออกแบบจากแคนาดา ก็คือศิลปินหญิงคนหนึ่งที่หลงใหลญี่ปุ่นจากการ์ตูนมังงะที่ได้อ่านตั้งแต่เล็กๆ เธอศึกษาและทำงานในด้านแอนิเมชั่น โดยเลือกเขียนภาพเป็นงานอดิเรก จนกระทั่งกลายเป็นเจ้าของภาพเขียนสีเครยองในสมุดภาพชื่อ “21 วันในญี่ปุ่น”

แม้แองเจลาเคยอยู่ที่โตเกียว เกียวโต และโอซากามาก่อน แต่เธอก็ตั้งใจเดินทางท่องไปตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่นเพื่อสัมผัสความงามที่หลบเร้นอยู่ในบางซอกมุม เพื่อมาถ่ายทอดเป็นภาพเขียนสีที่ใช้เทคนิคเก่าแก่จากญี่ปุ่นอย่างน้อยสองประเภท

ประเภทแรกคือ รูปแบบภาพพิมพ์ไม้ญี่ปุ่น (อุกิโย-เอะ) ซึ่งเคยได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษ 17-19 ผ่านภาพเขียนแสดงทิวทัศน์ธรรมชาติและวิถีชีวิตในโตเกียว ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าเอโดะ เป็นศิลปะที่ใช้ลายเส้นซึ่งใช้สีที่ไม่ตัดกันชัดเจนโดยใช้ภาพพิมพ์ไม้ในแต่ละสี

อีกประเภทหนึ่ง คือ ชิน-ฮังกะ เป็นการพัฒนาเทคนิครูปแบบที่หนึ่งให้มีความเป็นสมัยใหม่มากขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 20 โดยเรื่องราวยังคล้ายกับรูปแบบแรกมากแต่ถือว่าศิลปินได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ โทนสีอ่อนโยนและแสดงถึงเรื่องราวของแสงด้วย อันทำให้ดูเป็นภาพที่มีความเป็นสามมิติมากกว่า

แองเจลาได้รับอิทธิพลเหล่านี้มาทั้งเรื่องราวของภาพและสไตล์ภาพเลยทีเดียว เธอเขียนภาพคนเดินเท้าในย่านที่พักอาศัยและพื้นที่ใจกลางมหานครอย่างชินจูกุโดยใช้โทนสีอ่อน ค่อนข้างสดใส และไม่ตัดกันรุนแรง

 

เมื่อเป็นภาพวิวทิวทัศน์ ภูเขาของแองเจลามีสีชมพูอ่อนหวาน ชมพูอมม่วง และเจือสีน้ำตาลอ่อนจาง ขณะที่ผืนฟ้าเป็นสีเหลืองอ่อนอมส้มอ่อน น้ำทะเลงดงามด้วยสีฟ้านุ่มนวล

 

 

หรือภาพคนสวมเสื้อผ้าในชุดพื้นเมืองเดินเท้าบนทางเดินระหว่างอาคารบ้านเรือน สีที่ใช้คือชมพู ฟ้า ม่วงอ่อน เหลือง และน้ำตาล มียอดไม้สีเหลืองสีเขียวแซมสลับหลังคาบ้านที่ไม่มีสีฉูดฉาดเป็นต้น

 

ในฐานะศิลปินผู้สร้างงาน แองเจลาอยากแบ่งปันภาพวิวของญี่ปุ่นงดงามที่เธอได้หยุดชื่นชมและถ่ายทอดมันออกมา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่เสพงานจะได้ค้นหาความงดงามในโลกนี้และบันทึกเอาไว้ด้วยสไตล์ศิลปะของแต่ละคน

UFABET เว็บตรง

Categories
Blog

คนนอนไม่หลับฟังทางนี้! นมอุ่นช่วยให้หลับสนิทและสบายอย่างไม่น่าเชื่อ

คนจำนวนไม่น้อยมีปัญหานอนไม่หลับเพราะเครียดจากงานที่ทำ คนญี่ปุ่นตั้งแต่อดีตมักแนะนำว่าการดื่มนมอุ่นก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสนิทและสบาย มารู้เหตุผลกันว่าทำไมนมอุ่นจึงทำให้นอนหลับดี และดูวิธีการดื่มนมที่ได้ผลดีตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

เหตุผลที่นมอุ่นช่วยให้นอนหลับสนิท

นมประกอบด้วยสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้นอนหลับสนิท

สารอาหารสำคัญในนมที่ช่วยให้นอนหลับสนิทได้แก่ แคลเซียม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับระบบประสาทอัตโนวัติ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อย แลคโตส ซึ่งช่วยในการหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ส่งผลช่วยคลายความเครียดและความวิตกกังวล กรดอะมิโนทริปโตเฟน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารสื่อประสาทเซโรโทนิน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับสบาย และวิตามินบี 12 ซึ่งช่วยสร้างสมดุลการทำงานที่ดีของระบบประสาทอัตโนวัติ เป็นต้น

นมอุ่นช่วยปรับอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย

นมอุ่นที่ผ่านทางเดินอาหารเข้าไปในร่างกายจะไปเพิ่มอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย และเมื่อเวลาผ่านไปอุณหภูมิของร่างกายจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้เรารู้สึกง่วงนอน

ทำให้อิ่มท้องและช่วยบรรเทาความหิวได้ดี

คนที่ต้องทำงานจนดึกและรู้สึกหิว การดื่มนมอุ่นเพียงหนึ่งแก้วจะช่วยบรรเทาความหิวและทำให้ร่างกายอบอุ่น ซึ่งเมื่ออุณหภูมิของร่างกายลดลงก็จะทำให้นอนหลับสบาย

วิธีการดื่มนมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับสนิทและสบาย

ดื่มนมอุ่นอุณหภูมิที่ผิวหนังสัมผัสได้

การดื่มนมเย็นหรือร้อนจนเกินไปจะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารและสมองตื่นตัวซึ่งทำให้หายง่วง ดังนั้นนมที่มีอุณหภูมิที่ผิวหนังสัมผัสได้จะเป็นนมที่มีประสิทธิภาพในการทำให้รู้สึกง่วงและนอนหลับสนิท วิธีการอุ่นนมก็ทำได้โดยการอุ่นในไมโคเวฟให้มีอุณหภูมินมพอที่ผิวหนังสัมผัสได้

ดื่มนมก่อนนอนประมาณ 1 ชั่วโมง

อุณหภูมิของร่างกายจะลดลงหลังจากการดื่มนมอุ่นประมาณ 1 ชั่วโมง อีกทั้งสารอาหารที่มีอยู่ในนมจะช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลายจนทำให้นอนหลับได้สนิท

ดื่มนมพร้อมกับส่วนผสมที่มีผลช่วยให้นอนหลับได้ดี

หากต้องการให้นอนหลับดีและสนิทจริงๆ ก็อาจดื่มนมพร้อมกับส่วนผสมต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ

น้ำตาลเล็กน้อย ซึ่งจะไปเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน อันเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย นอนหลับได้สนิท

กล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนทริปโตเฟน อันเป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารสื่อประสาทเซโรโทนิน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับสบาย

 

ชาคาโมมายล์ ซึ่งมีผลช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

ดื่มนมเพียง 1 แก้ว

นมมีส่วนผสมของไขมันที่อาจจะไปสะสมในร่างกายขณะที่นอนหลับและมีอัตราการเผาผลาญพลังงานต่ำ ดังนั้นจึงไม่ควรดื่มนมก่อนนอนมากกว่า 1 แก้ว หรือหากกังวลเรื่องไขมันก็ให้เปลี่ยนเป็นนมที่มีไขมันต่ำแทนได้

สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องการดื่มนม หากอยากได้ตัวช่วยให้นอนหลับสบาย ตื่นขึ้นมาสดชื่นแจ่มใสพร้อมเริ่มวันใหม่ก็ลองนำวิธีการดื่มนมอุ่นก่อนนอนดังกล่าวไปใช้ดูนะคะ

UFABET เว็บตรง

Categories
Blog

ปัญหาชวนปวดหัวของแม่บ้านชาวญี่ปุ่น เมื่อ COVID-19 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในครอบครัวสูงขึ้น

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายท่านคงกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 กันใช่ไหมครับ แน่นอนว่าคนญี่ปุ่นเองเค้าก็รู้สึกเบื่อหน่ายไม่ต่างกับเพื่อนๆ เช่นกัน เพราะการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อมันส่งผลกระทบต่อรายรับรายจ่ายของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายจ่ายด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นวันนี้ ผมจะขอพาเพื่อนๆ ไปลองฟังเสียงบ่น (ปนความสุข ?) ของเหล่าแม่บ้านชาวญี่ปุ่นกันครับว่า COVID-19 มันส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง

ค่าใช้จ่ายในด้านอาหารการกิน

H ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 3 คน เธอเล่าว่า ถ้าลำพังแค่เธอคนเดียวล่ะก็ ปกติช่วงกลางวันก็จะกินแค่ข้าวปั้นหรือไม่ก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ในช่วงเดือน มี.ค. จนถึง มิ.ย. (ปี 2020) ที่ผ่านมา เนื่องจากโรงเรียนต้องปิดเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จึงทำให้ลูกๆ ของเธอต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน ส่วนสามีก็ต้องทำงานที่บ้านเช่นกัน ส่งผลให้เธอต้องทำอาหารกลางวันเยอะกว่าปกติ ตอนแรกเธอคิดว่าการทำอาหารกลางวันเพิ่มแค่มื้อเดียวคงไม่กระทบค่าใช้จ่ายอะไรมากมายหรอกมั้ง แต่เอาเข้าจริงมันกลับทำให้ค่าใช้จ่ายด้านอาหารการกินเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ แต่โชคดีหน่อยที่ตอนนี้ลูกก็เริ่มไปโรงเรียนตามปกติแล้ว ส่วนสามีก็ยังคงทำงานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่เธอกับสามีก็เป็นคนกินง่ายอยู่แล้ว อาหารกลางวันก็เลยทำกินกันแบบพอให้อิ่มท้องไปเท่านั้น แต่บางวันก็พูดกับสามีว่า “วันนี้เราสั่งอาหารมากินกันเถอะ !” จนตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในด้านอาหารการกินมันไม่ลดลงเลยนี่นา (H ซัง กล่าวด้วยรอยยิ้มอันแสนขมขื่น)

ค่าใช้จ่ายในการซื้อหน้ากากอนามัยและน้ำยาฆ่าเชื้อ

I ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า ในช่วงที่หน้ากากอนามัยกับน้ำยาฆ่าเชื้อกลายเป็นสินค้าขาดตลาด ส่งผลให้ราคาของสินค้าทั้งสองอย่างพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ด้วยความหน้ามืดตามัวเธอจึงกดสั่งซื้อจากร้านค้าทางอินเตอร์เน็ตมาเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่สามีของเธอก็พยายามเตือนแล้วว่า ถ้ารออีกสักพัก เดี๋ยวมันก็กลับมาวางขายตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว แต่เธอกลับไม่สนใจฟัง ทำให้ตอนนี้รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน (-_-;)

ส่วนช่วงนี้ก็พยายามหาซื้อพวกน้ำยาฆ่าเชื้อกับทิชชู่เปียกมาตุนเอาไว้เยอะๆ เพราะนอกจากจะใช้ทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านแล้ว ยังใช้ทำความสะอาดพวกข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอกับสามี รวมไปถึงกระเป๋านักเรียนของลูกอีกด้วย ก็เลยเริ่มรู้สึกว่ารายจ่ายมันสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

ค่าใช้จ่ายในการซื้อของเล่นให้ลูก

U ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า ลูกชายของเธอเป็นเด็กที่ชอบเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ โดยปกติช่วงสุดสัปดาห์ก็จะออกไปเรียนยิมนาสติก แต่เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จึงทำให้ต้องหยุดเรียนชั่วคราว ตามสวนสาธารณะทั่วไปก็ไม่ค่อยมีอุปกรณ์ให้เล่นสักเท่าไหร่ เลยตกลงกันว่างั้นหาซื้ออุปกรณ์มาเล่นที่บ้านเลยแล้วกัน ! หลังจากนั้นก็หาซื้อพวกลูกบอลโยคะ เครื่องฝึกกระโดด (Trampoline) และพวกอุปกรณ์ห้อยโหนต่างๆ มาตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งราคาแต่ละชิ้นก็แพงเอาเรื่อง แถมยังต้องจัดวางเพื่อไม่ให้มันขวางทางเดินอีก รวมๆ แล้วก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่ว่าทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวก็เล่นกันเป็นประจำ เลยคิดว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปแหละ ( ‾́ ◡ ‾́ )

ค่าบริการสตรีมมิ่งดูหนังรายเดือน !

S ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า แต่เดิมเธอจะดูพวกรายการหรือซีรีส์ต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ที่ให้บริการสตรีมมิ่งแบบฟรีเท่านั้น แต่บางทีเรื่องที่อยากดูมันก็ดันต้องเสียค่าบริการรายเดือน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจสมัครสมาชิกแบบเสียค่าบริการเพื่อจะได้ดูให้เต็มอิ่มไปเลย แต่พอสามีกับลูกรู้เข้า ก็ถูกบอกว่า “หูยยย ขี้โกงอ่ะ ! แต่เว็บไซต์ที่แม่สมัครไปมันไม่มีเรื่องที่อยากดูอ่ะ งั้นของสมัครเว็บไซต์อื่นเพิ่มได้ไหมอ่าา” สุดท้ายก็ใจอ่อนต้องยอมตามคำขอของลูกกับสามี ทุกวันนี้เลยมีหนี้ค่าบริการสตรีมมิ่งรายเดือนท่วมหัวเลยทีเดียว (-_-)

ค่าเติมเกมให้ลูก !

 

T ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า ปกติเธอจะตั้งกฎเหล็กกับลูกว่า “เกมอ่ะเล่นได้นะ แต่ห้ามเติมเงินเด็ดขาด !” แต่ก็อย่างว่าแหละ การเล่นแบบฟรีมันก็มีข้อจำกัดของมันอยู่ และด้วยกฎห้ามเติมเงินที่เธอตั้งไว้ จึงทำให้ลูกไม่สามารถเติมเงินเพื่อดำเนินเนื้อหาของเกมต่อไปได้ เลยต้องเล่นซ้ำวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น ดูแล้วก็น่าสงสารเหมือนกัน

ถ้าโดยปกติก็จะบอกให้ลูกออกไปเล่นข้างนอกบ้างสิ อย่าเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเกม แต่ว่าถ้าปล่อยให้ออกไปเล่นข้างนอกตอนนี้ก็กลัวว่าลูกจะติดเชื้อ COVID-19 เลยตัดสินใจอนุญาตให้ลูกเติมเกมได้นิดหน่อย เพื่อที่เค้าจะได้ไม่เบื่อ โดยสัปดาห์หนึ่งก็เติมหลายร้อยเยนอยู่เหมือนกัน นอกจากนี้ ยังต้องคอยจับตาดูอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ลูกติดเกมจนเกินไป และเพื่อป้องกันไม่ให้เติมเงินจนติดเป็นนิสัยอีกด้วย จริงๆ แล้วก็แอบกังวลใจอยู่เหมือนกัน แต่เมื่ออนุญาตไปแล้ว ก็คงจะห้ามไม่ได้แหละ

สล็อตเว็บตรง

Categories
Blog

วิธีรักษาความดันโลหิตต่ำด้วยตัวเองแบบคนญี่ปุ่น

คนจำนวนมากมักจะกังวลเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงโดยลืมคิดว่าภาวะความดันโลหิตต่ำก็เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่หากไม่ได้รับการดูแลก็นำไปสู่อันตรายต่อชีวิตได้เช่นกัน มารู้สาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตต่ำ และวิธีการดูแลตัวเองให้หายจากโรคแบบคนญี่ปุ่นกันนะคะ

อาการและสาเหตุของความดันโลหิตต่ำ

อาการสำคัญของคนมีภาวะความดันโลหิตต่ำ คือ หน้ามืด เวียนศีรษะ โดยเฉพาะในตอนที่เปลี่ยนอิริยาบถอย่างกะทันหัน ปวดศีรษะเล็กน้อย หนาวง่าย และมีค่าความดันโลหิตต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท โดยสาเหตุนั้นอาจจะมาจาก

  1. การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักและการรับประทานอาหารที่ไม่ครบถ้วนตามคุณค่าทางโภชนาการ จนทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดงและเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
  2. ความเครียดที่ติดต่อกันยาวนานจนส่งผลให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
  3. ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกายโดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทอง
  4. การใช้ยารักษาโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิตสูง ยาขับปัสสาวะ และยาต้านอาการซึมเศร้า
  5. ภาวะทางร่างกายบางอย่างที่มีผลต่อความดันโลหิต เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะโลหิตจาง และโรคหัวใจ เป็นต้น

วิธีการดูแลบำบัดภาวะความดันโลหิตต่ำได้ด้วยตนเอง

ความดันโลหิตต่ำนั้นเป็นผลจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่สมดุล ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตนเองโดยวิธีการปฏิบัติดังต่อไปนี้

ตื่นเช้าเข้านอนเร็ว

การตื่นเช้าเข้านอนเร็ว ไม่เครียดง่าย และหลีกเลี่ยงการนอนดึกจะช่วยคงสภาวะที่ปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ ส่งผลในการทำให้อาการความดันโลหิตต่ำค่อยๆ ดีขึ้น

อาบน้ำอุ่น

การอาบและแช่น้ำอุ่นนอกจากจะช่วยลดความเครียดและความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานแล้วก็ยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้ร่างกายมีความดันโลหิตที่เป็นปกติ

ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

การไหลเวียนเลือดไปสู่ปลายแขนและขาไม่ดี เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของความดันโลหิตต่ำ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเร็วและเดินขึ้นลงบันได เป็นต้น จะช่วยยืดกล้ามเนื้อน่อง ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น

รับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ

คนที่เป็นความดันโลหิตต่ำมักจะอ่อนแอและอ่อนแรงในตอนเช้า การรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ทั้ง 3 มื้อจะทำให้ร่างกายรับสารอาหารที่ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ทั้งนี้การรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายซึ่งจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น และช่วยให้การเผาผลาญพลังงานของร่างกายดีขึ้น ส่งผลในการบรรเทาอาการตัวเย็นได้ดี

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

หากร่างกายขาดน้ำจะทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเวียนในหลอดเลือดลดลง ส่งผลให้ความดันเลือดลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุของดันโลหิตต่ำ ดังนั้นในหนึ่งวันควรดื่มน้ำให้พียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้ความดันของร่างกายลดลง นอกจากนี้การดื่มน้ำที่พอเพียงจะช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกายด้วย

รับประทานอาหารร้อน

ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำมักจะรู้สึกหนาวเนื่องจากอุณหภูมิของร่างกายต่ำกว่าคนปกติ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารการรับประทานอาหารแช่เย็นหรือผักสด แต่ควรรับประทานซุปผักร้อนๆ และอาหารที่ปรุงสุกใหม่

รับประทานอาหารที่ย่อยได้ง่าย

อีกหนึ่งปัญหาของผู้มีภาวะความดันโลหิตต่ำคือ ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ค่อยดี  ทำให้ท้องอืดได้ง่าย ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงการดื่มกินที่มากเกินไป

ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรปรุงอาหาร

เครื่องเทศปรุงรสอาหาร เช่น ผงกะหรี่ พริกไทย พริกป่น และสมุนไพร เช่น ขิงและกระเทียม เป็นต้น จะช่วยทำให้ร่างกายอุ่นขึ้น

รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก

โปรตีนที่รับประทานเข้าไปจะถูกนำไปสร้างกล้ามเนื้อและเลือดซึ่งจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย อีกทั้งธาตุเหล็กที่รับประทานเข้าไปจะช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ดี แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและธาตุเหล็กได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ และถั่วเหลือง เป็นต้น

 

รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี

วิตามินอีจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี ส่งผลในการเพิ่มความดันโลหิต บรรเทาอาการตัวเย็นและไหล่แข็งได้ดี อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ได้แก่ ฟักทอง บร็อคโคลี่ พริกหวาน ถั่วต่างๆ และอะโวคาโด เป็นต้น

รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี

เมื่อระบบการไหลเวียนเลือดแย่ลงเนื่องมาจากความดันโลหิตต่ำ วิตามินบีจึงเป็นวิตามินจำเป็นที่ร่างกายนำมาใช้สร้างพลังงานจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป ดังนั้นจึงควรหมั่นรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีซึ่งมีมากในอาหารดังนี้คือ ผักใบเขียวและเหลือง ปลา เนื้อสัตว์ ไข่ ผลิตภัณฑ์นม และโปรตีนจากถั่วเหลือง เป็นต้น

ความดันโลหิตต่ำเป็นโรคที่รักษาได้ด้วยตนเองจากการเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเอง หากปฏิบัติดังข้างต้นอย่างสม่ำเสมออาการที่เกิดจากความดันโลหิตต่ำจะค่อยๆ หายไปเอง อย่างไรก็ดี หากรู้สึกว่าหน้ามืดหรือวิงเวียนศีรษะหนักขึ้นก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ค่ะ

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
Blog

ป้องกันและต่อสู้โรคด้วยเครื่องดื่มขิงและโกโก้ สูตรผสมที่คุณหมอญี่ปุ่นแนะนำ

ในช่วงที่อากาศหนาวคนส่วนใหญ่ต้องการเครื่องดื่มร้อนๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น หนึ่งในเครื่องดื่มที่คุณหมอชาวญี่ปุ่นแนะนำว่าช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นและมีประโยชน์ต่อร่างกายในการช่วยต่อสู้โรคต่างๆ และทำให้หลอดเลือดมีความอ่อนเยาว์ถึง 20-40 ปี คือ เครื่องดื่มโกโก้ผสมขิง มารู้ประโยชน์ของเครื่องดื่มชนิดนี้ และวิธีการเตรียมแบบง่ายๆ กันค่ะ

ประโยชน์ของเครื่องดื่มโกโก้ผสมขิง

ศาสตราจารย์คานาเมะ ฮิรายานากิ (Kaname Hirayanagi) หัวหน้าสถาบันวิจัยอาหารและยาในญี่ปุ่นและผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยเรื่องขิงได้เขียนหนังสือแนะนำให้คนญี่ปุ่นหันมาดูแลสุขภาพตัวเองจากคุณค่ายกกำลังสองของขิงและโกโก้ดังนี้

คุณค่าของขิงต่อร่างกาย

ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล จึงช่วยควบคุมความดันโลหิตได้ดี นอกจากนี้ขิงยังมีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี การรับประทานขิงสดและขิงปรุงสุกจะมีข้อดีที่แตกต่างกันคือ ขิงสดอุดมไปด้วยสารสำคัญชื่อจิงเจอร์ออล (Gingerol) ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญในการช่วยขยายหลอดเลือดที่บริเวณใต้ผิวหนังส่งผลให้ร่างกายอบอุ่น และสารชนิดนี้ยังช่วยต้านการอักเสบของเนื้อเยื่อในร่างกายและหลอดเลือดส่งผลในการช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ได้ดี

เมื่อให้ความร้อนหรือปรุงสุก สารจิงเจอร์ออลในขิงจะเปลี่ยนเป็นโชกะออลซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงและมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบซึ่งช่วยป้องกันโรคมะเร็งและช่วยชะลอความแก่ได้ดี

คุณค่าของโกโก้ต่อร่างกาย

แม้ขิงจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ก็เป็นไปได้ยากที่จะดื่มในทุกวัน อาจารย์ฮิรายานากิได้แนะนำวิธีการรับประทานขิงในทุกวัน คือ การดื่มพร้อมกับโกโก้ซึ่งจะช่วยเพิ่มสรรพคุณที่ดีให้แก่ร่างกาย เนื่องจากโกโก้มีโปรตีน ไขมัน เส้นใยอาหาร โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินบีรวม ซึ่งมีสรรพคุณในการป้องกันและบรรเทาความดันโลหิตสูง ป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็ง โรคโลหิตจาง และอาการท้องผูก นอกจากนี้สารโพลีฟีนอลที่มีมากในโกโก้จะช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและช่วยเพิ่มความจำในผู้ใหญ่ด้วย

จากการศึกษาวิจัยพบว่า สรรพคุณร่วมกันของขิงและโกโก้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของคนญี่ปุ่นจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองและโรคสมองเสื่อมได้ อีกทั้งยังมีผลดีต่อสุขภาพในด้านต่างๆ ได้แก่ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต ลดอายุของหลอดเลือดได้ 20-40 ปี ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก  ช่วยลดและควบคุมน้ำหนักและลดอาการหนาวง่ายได้ดี

วิธีการดื่มเครื่องดื่มโกโก้ผสมขิงเพื่อการป้องกันและต่อสู้โรค

วัตถุดิบ

  • ผงโกโก้บริสุทธิ์ไม่ใส่น้ำตาล 5 กรัม (1 ช้อนชาพูน)
  • ขิงขูด 5 กรัม (1 ช้อนชา)
  • น้ำร้อน 200 มิลลิลิตร

วิธีการเตรียม

1. ขูดขิงเตรียมไว้

2. นำผงโกโก้มาละลายในน้ำร้อน โดยเติมน้ำร้อนลงไปเล็กน้อยและค่อยๆ คนจนผงโกโก้ละลายเข้ากันดีแล้วจึงเติมน้ำร้อนที่เหลือลงไปคนให้เข้ากัน

 

3. เติมขิงที่ขูดเตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ดื่มได้ทันที หากต้องการให้ดื่มง่ายขึ้นก็เติมน้ำผึ้งบริสุทธิ์ 1-2 ช้อนชาลงไป  ดื่มวันละ 2 ครั้ง ตอนเช้าและเย็น

วิธีการเตรียมขิง

เปลือกขิงมีคุณค่าสารอาหารสูง หากใช้ขิงดิบจึงควรขูดขิงทั้งเปลือก โดยอาจจะนำขิงขูดใส่ลงไปในเครื่องดื่มโกโก้ได้ทันที หรือบีบเอาเฉพาะน้ำขิงใส่ลงไปก็ได้ หากไม่มีขิงสดก็ใช้ขิงผงที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเติมลงไปแทนได้ตามชอบ ทั้งนี้การขูดขิงทุกวันก็สร้างความยุ่งยาก วิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ ทำได้โดยเตรียมขิงขูดทีละเยอะๆ และแช่แข็งไว้ ซึ่งมีวิธีเตรียมที่ง่าย โดยนำขิงขูดปริมาณ 1 ช้อนชา ใส่ลงในบล็อกสำหรับทำน้ำแข็ง เติมน้ำลงไปอีก 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำเข้าแช่ช่องแข็ง เวลานำมารับประทานก็นำน้ำแข็งมาใส่ในโกโก้ร้อน รอจนน้ำแข็งละลายแล้วนำมาดื่มได้ตามชอบ

คนจำนวนมากทำงานเครียด นอนน้อย ขาดการออกกำลังกาย และมีวิธีหาของอร่อยมารับประทานได้ง่าย เมื่ออายุเพิ่มขึ้นโรคภัยก็เริ่มเข้ามาเบียดเบียน อาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อคงความแข็งแรงของร่างกายไว้ ลองใช้เครื่องดื่มโกโก้ผสมขิงเพื่อป้องกันและต่อสู้กับอาการและโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวันดูค่ะ

สล็อตเว็บตรง

Categories
Blog

เผยอันดับ 10 จังหวัดที่คนญี่ปุ่นอยากไปเที่ยวมากที่สุดในช่วงหยุดยาวโกลเด้นวีค ปี 2022

Golden Week ถ้าแปลไทยแบบตรงตัวก็คือ สัปดาห์ทองคำ เป็นช่วงวันหยุดของญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นหลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย ถ้าดูตามปฏิทินของญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีวันหยุดยาวติดกันแค่สามวันคือวันที่ 3 – 5 พฤษภาคม แต่ถ้าหากสามารถลาหยุดวันที่ 2 กับ 6 หรือมีบริษัทไหนให้หยุดสองวันนั้น จะเท่ากับว่าเป็นช่วงหยุดยาวกว่า 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนไปจนถึงวันที่ 8 พฤษภาคมเลยทีเดียว!

แม้จะยังเป็นช่วงที่เชื้อโควิด 19 แพร่ระบาด แต่สถานการณ์หลายๆ อย่างก็เริ่มผ่อนคลายลง มาตรการควบคุมเชื้อไวรัสแพร่กระจายก็ผ่อนปรนลงมากขึ้น ทำให้มีบางคนที่มีแพลนจะไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ บริษัท Akippa ได้จัดทำแบบสำรวจ “จังหวัดไหนในญี่ปุ่นที่คนอยากไปมากที่สุดในช่วงโกลเด้นวีค” เมื่อวันที่ 15-17 เมษายนที่ผ่านมา มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม 5635 คน ผลจะเป็นยังไงไปดูกันเลย

อันดับที่ 10 ชิบะ

จังหวัดที่มาสคอตเป็นรูปน้องหมาสีแดง และเป็นที่ตั้งของสวนสนุกชื่อดังระดับโลกอย่าง โตเกียวดิสนีย์แลน์ และ โตเกียวดิสนีย์ซี (มีใครเคยเข้าใจผิดมั้ยคะว่าสองที่นี้อยู่โตเกียว แต่ที่จริงแล้วอยู่ชิบะค่ะ) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีผู้คนเดินทางมาเที่ยวอย่างล้นหลาม ห้างสรรพสินค้า LaLaPort TOKYO-BAY ห้างที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็อยู่ในชิบะ

ภูเขาและทะเลที่โอบล้อมรอบ ทุ่งดอกไม้กว้าง ธรรมชาติสวยงามตระการตานี้ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ชิบะกลายเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจใครหลายๆ คน

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในชิบะเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิบะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 9 โอซาก้า

จังหวัดชื่อดังทางฝั่งคันไซ ที่ถ้าใครมาเยือนภูมิภาคนี้คงมีน้อยคนที่จะไม่เลือกมาโอซาก้า และอดไม่ได้ที่จะมาถ่ายรูปที่จุดแลนด์มาร์คอย่างหนุ่มกูลิโกะ

อาหารของที่นี่ก็โด่งดังไม่แพ้กัน โดยเฉพาะทาโกยากิที่เป็นของขึ้นชื่อ ก้อนแป้งที่อัดแน่นไปด้วยปลาหมึกอวบอ้วนร้อนๆ แค่เห็นก็น้ำลายสอแล้ว

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในโอซาก้าเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โอซาก้า” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 8 ชิสุโอกะ

เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ทั้งในด้านธรรมชาติที่เต็มไปด้วยทะเล ทะเลสาบ แม่น้ำ ภูเขา (รวมทั้งภูเขาไฟฟูจิก็อยู่ในบริเวณจังหวัดนี้ร่วมกับจังหวัดยามานาชิ) มีจุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยงามมากมายเหมาะกับการไปเที่ยวช่วงโกลเด้นวีคสุดๆ

นอกจากนี้ที่นี่ยังถูกเรียกว่าเป็นดินแดนแห่งไร่ชาเพราะผลิตชาเยอะที่สุดในประเทศ จิบชาอุ่นๆ อร่อยๆ คุณภาพดีในวันหยุดยาวก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวสำหรับชาวญี่ปุ่นเหมือนกัน

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในชิสุโอกะเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิสุโอกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 7 เฮียวโกะ

เป็นจังหวัดที่ตอนเหนือจะติดกับทะเลญี่ปุ่น ทำให้มีความเป็นเมืองท่าและมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่าง โกเบฮาเบอร์แลนด์

สถานที่ท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะเป็นที่ตั้งของปราสาทฮิเมจิ หนึ่งในสามปราสาทที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเฮียวโกะเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “เฮียวโกะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 6 โอกินาว่า

จังหวัดที่อยู่ใต้สุดของญี่ปุ่น ด้วยความที่ติดกับทะเลทำให้ใครหลายๆ คนมักไปเยือนในหน้าร้อนเพื่อสัมผัสกับความสวยงามของญี่ปุ่นในอีกมุมหนึ่ง เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนที่ไม่รู้จัก ทั้งฟ้าใส ทรายขาว ทะเลสวย ราวกับสวรรค์เกาะทางใต้

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในโอกินาวะเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โอกินาว่า” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 5 คานากาวะ

เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ คนญี่ปุ่นคนไหนที่ชื่นชอบอาหารจีนคงต้องการมาเยือนที่นี่เป็นแน่ เพราะมีไชน่าทาวน์ที่โยโกฮาม่า อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิลนิชชินและพิพัธภัณฑ์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะอีกด้วย น่าไปเที่ยวมากๆ เลย

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในคานากาวะเพิ่มเติมได้ที่บทความ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คานากาวะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 4 นากาโนะ

จังหวัดที่มีภูเขาที่ใหญ่มากๆ จนถูกเรียกว่าเป็นเขาแอลป์ของญี่ปุ่น ถึงจะไม่มีทะเลแต่ก็มีแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในประเทศไหลผ่าน อีกทั้งยังมีสถานที่ทางประวัติศาสตร์อย่างปราสาทมัตสึโมโตะและปราสาทอุเอดะ และเมืองรอบปราสาทให้เดินเที่ยวชมอีกด้วย

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในนากาโนะเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “นางาโนะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 3 เกียวโต

เมืองหลวงเก่าอันมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน แค่เดินในเมืองก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศและวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นๆ เหมือนย้อนกลับไปสมัยอดีต โดยรอบเต็มไปด้วยธรรมชาติร่มรื่นและร้านอาหาร ร้านของฝากต่างๆ โดยเฉพาะขนมญี่ปุ่น ชาเขียวที่เป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัด สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตคือวัดและศาลเจ้าอย่างวัดเงิน (Ginkakuji) วัดทอง (Kinkakuji)

 

นอกจากจะมีเสน่ห์กับชาวต่างชาติแล้ว แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังหลงรักเกียวโตเช่นกัน

เกียวโต

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในเกียวโตเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “เกียวโต” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 2 โตเกียว

เมืองหลวงญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยสถานที่น่าเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวสกายทรีหรือโตเกียวทาวเวอร์ที่สามารถมองเห็นวิวสูงๆ สวยๆ ภูเขาทาคาโอะที่สามารถไปปีนเขาชมธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธิ์ วัดอาซากุสะซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังแถมรอบๆ บริเวณยังเต็มไปด้วยร้านอาหารขึ้นชื่อเรียงราย ด้วยเหตุนี้ทำให้แม้แต่คนที่อยู่จังหวัดอื่นๆ ยังอยากมาเที่ยว

คนโตเกียวเองก็ตอบจังหวัดโตเกียวไม่น้อยเหมือนกันด้วยเหตุผลที่ว่าใกล้บ้าน เนื่องในสถานการณ์โควิดทำให้ไม่อยากไปไหนไกลๆ

โตเกียว

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียวเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โตเกียว” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

อันดับที่ 1 ฮอกไกโด

ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนไทย แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ได้รับความนิยมสูงมากเช่นกัน! ในปี 2019 บริษัท akippa ก็เคยจัดทำแบบสำรวจในหัวข้อเดียวกัน ปีนั้นฮอกไกโดก็ได้แชมป์ไปครอบครอง แสดงให้เห็นว่าต่อให้จะเป็นช่วงที่โควิดระบาดอย่างรุนแรงหรือเป็นช่วงที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว ฮอกไกโดก็ยังเป็นจังหวัดที่คนอยากไปไม่เสื่อมคลาย

ช่วงพฤษภาคมเป็นช่วงที่เริ่มเข้าหน้าร้อน อากาศจะเริ่มร้อนมากขึ้น แต่ที่ฮอกไกโดยังเย็นสบายเหมาะสำหรับเดินเที่ยวชิวๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ตอบว่า “อยากกินอาหารขึ้นชื่อของฮอกไกโด” “เป็นสถานที่ที่ชอบ”

ฮอกไกโด

อ่านบทความเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในฮอกไกโดเพิ่มเติมได้ที่ 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ฮอกไกโด” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

แม้ว่าฮอกไกโดจะเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นอุณหภูมิติดลบในช่วงฤดูหนาว แต่ก็เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์มาก ทั้งทิวทัศน์ที่สวยงาม อาหารอร่อยมาจากธรรมชาติ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมได้ถึงอันดับที่หนึ่งไปครอบครอง เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าที่ญี่ปุ่นก็มีการจัดอันดับจังหวัดที่มีเสน่ห์มากที่สุด แล้วฮอกไกโดก็เป็นอันดับที่หนึ่งติดต่อกันมาหลายปีแถมมีคนโหวตให้เกินครึ่ง แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ? หากได้หยุดยาวอยากไปเที่ยวจังหวัดไหนในญี่ปุ่นมากที่สุด?

UFABET เว็บตรง